วันจันทร์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2558

ประชาชนเลือกเอง! อเล็กซิส ซีปราสปลื้มสุดๆ คว้าชัยเลือกตั้งกรีซ สมัย 2






     อเล็กซิส ซีปราส’ ประกาศลั่น นี่คือ‘ชัยชนะของประชาชน’ สามารถนำพรรคไซรีซา คว้าชัยชนะเลือกตั้งทั่วไปในกรีซ       หวนกลับมาเป็นแกนนำพรรคร่วมรัฐบาล บริหารประเทศต่อสมัยที่ 2 ท่ามกลางการเกิดวิกฤติการเงินในประเทศ        อย่างรุนแรง
เมื่อวันที่ 21 ก.ย.58 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายอเล็กซิส ซีปราส อดีตนายกรัฐมนตรีกรีซ สุดดีใจ นำพรรคไซรีซา คว้าชัยชนะในการเลือกตั้งทั่วไปในกรีซ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 20 ก.ย.ที่ผ่านมา สามารถกลับมาเป็นพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาลบริหารประเทศกรีซต่อเป็นสมัยที่ 2 ท่ามกลางการเกิดวิกฤติการเงินในประเทศอย่างหนัก และการเลือกตั้งครั้งนี้ถือเป็นการเลือกตั้งครั้งที่ 5 ในรอบ 6 ปี ของกรีซ
บีบีซี รายงานว่า ถึงแม้ผลการนับบัตรลงคะแนนจะแล้วเสร็จไปได้ประมาณ 60% และพรรคไซรีซา ได้คะแนนเสียงมาเป็นอันดับหนึ่ง อยู่ที่ 35% แต่แนวโน้มที่พรรคนิยมซ้ายไซรีซาจะชนะเลือกตั้ง เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล เนื่องจากพรรค อินดิเพนเดนต์ กรีกส์ ( Independent Greeks) ได้ประกาศจับมือมาเป็นพรรคร่วมรัฐบาลกับพรรคไซรีซาทันที จึงทำให้จำนวนที่นั่งในสภามากกว่าเมื่อเทียบกับ ทางพรรคประชาธิปไตยใหม่ (New Democracy) ที่ได้คะแนนเสียงตามมาเป็นอันดับ 2 28% และพรรคนิยมขวาสุดโต่ง โกลเด้น ดอว์น (Golden Dawn) ซึ่งเป็นพรรคใหญ่อันดับ 3 ได้ 7.1%
                               

หลังทราบผลการเลือกตั้งเบื้องต้น นายซีปราสได้กล่าวด้วยความดีใจว่า นี่คือ ‘ชัยชนะของประชาชน’ เพราะการที่เขาตัดสินใจยุบสภาเมื่อเดือนสิงหาคม ที่ผ่านมา เพื่อให้มีการเลือกตั้งใหม่ ก็เพื่อต้องการขอฉันทามติจากประชาชนว่าเห็นชอบในแนวทางแก้ปัญหาวิกฤติการเงินในประเทศของรัฐบาลชุดที่ผ่านมา ภายใต้การนำของพรรคไซรีซาที่คว้าชัยชนะในการเลือกตั้งได้เข้ามาเป็นรัฐบาลเมื่อต้นปี 58 หรือไม่ หลังจาก ส.ส.ในพรรคบางส่วนได้ก่อการขบถ ลาออกจากพรรคไปตั้งพรรคการเมืองใหม่ เพราะไม่เห็นด้วยกับนโยบาย ‘ควบคุมมาตรการทางการเงิน’ เพื่อรับเงินกู้งวดใหม่ 8.6 หมื่นล้านยูโร จากกลุ่มเจ้าหนี้ จนทำให้พรรครัฐบาลสูญเสียการครองเสียงข้างมากในสภา

                                

วันอังคารที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2558

Les Aventures de Tintin

            


     การผจญภัยของตินติน หรือ ตินตินผจญภัย (ฝรั่งเศสLes Aventures de Tintin;อังกฤษThe Adventures of Tintin) เป็นหนังสือการ์ตูน แต่งโดยนักวาดการ์ตูนชาวเบลเยียม ชื่อ จอร์จ เรมี ในปี ค.ศ. 1926 โดยใช้นามปากกาว่า แอร์เช่ หนังสือการ์ตูนชุดนี้ได้รับความนิยมอย่างสูงในทวีปยุโรปช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 20 ได้รับการแปลมากกว่า 80 ภาษา และยอดจำหน่ายกว่า 350 ล้านเล่มทั่วโลก เรื่องราวของตินตินได้รับการถ่ายทอดไว้ในหนังสือจำนวน 24 เล่ม นอกจากนี้ สตีเฟน สปีลเบิร์ก และปีเตอร์ แจ็กสันกำลังสร้างเป็นภาพยนตร์แอนิเมชันไตรภาค




Bateaux Mouches


  • บาโต มูช คือการล่องเรือเพื่อเที่ยวชมเมืองปารีส ของฝรั่งเศส ซึ่งจะล่องน้ำไปตามแม่น้ำแซนเพื่อชมเมืองปารีสโดยรอบ คำว่า บาโต มูช ( Bateaux Mouches ) นั้นเป็นคำที่มาจากชื่อเครื่องหมายทางการค่า ของ คอมปานี เดส บาโต มูช ( Compagnie des Bateaux Mouches ) ซึ่งเป็นผู้ที่ในการบริการล่องเรือในกรุงปารีส คำว่า บาโต มูช ในภาษาฝรั่งเศสแปลว่า เรือแมลงวัน ซึ่งเป็นการใช้คำที่เข้าใจผิด อันที่จริงแล้ว เป็นการนำคำมาจากสถานที่ที่สร้างเรือ คือ บริเวร ย่านมูช ( Mouche ) ใน เมืองริยง ( Lyon )
  • เรือที่นำเที่ยวนี้เป็นที่นิยมมากใน ปารีส เรือมีที่นั้งเยอะและจะมีบริเวณที่เปิดและปิดหลังคาให้เลือกนั่งได้ ใช้เวลาในการชมเมืองประมาณ 1 ชั่วโมง ซึ่งหลายๆ บริษัทมีการให้บริการอาหารกลางวัน รวมไปถึงอาหารเย็นบนเรืออีกด้วย 
  • เนื่องจากแม่น้ำแซนตั้งอยู่ใจกลางเมืองใหญ่อย่าง ปารีส ทำให้การล่องเรือไปตามแม่น้ำนั้นได้พบกับสถานที่ที่สวยงามมากมายที่อยู่ในปารีส เช่น หอไอเฟล, มหาวิหารนอร์ทเทอดาม, สะพานอเล็กซานเดอร์ที่ 3 และ พิพิธภัณฑ์ลูฟ เป็นต้น ดังนั้น การมาล่องเรือ บาโต มูช เป็นอีกกิจกรรมหนึ่งสำหรับคนที่มาเที่ยวฝรั่งเศส จะต้องแวะเวียนมา 


                                          

อุยกูร์คือใคร?-เหตุใดจีนใช้ทหารราว 1 แสนคุม “ซินเจียง” ไม่ยอมปล่อย!


          นักรัฐศาสตร์ มธ.ชี้ประวัติศาสตร์อุยกูร์ พร้อมเผยเหตุทำไมจีนต้องใช้ทหารราว 1 แสนคนคุมดินแดน ไม่ยอมปล่อยซินเจียงแบ่งแยก โดยจีนได้ตั้ง Core National Interest ไม่ยอมสูญเสียไต้หวัน ทิเบต และทะเลจีนใต้ ด้วย

อุยกูร์คือใคร?
ปัจจุบัน จีนแบ่งการปกครองออกเป็น มณฑล (23 มณฑลรวมไต้หวัน) เขตปกครองตนเอง (5 เขต) เทศบาลนคร (4 เขต) และเขตบริหารพิเศษ (2 เขต)  สำหรับซินเจียงอุยกูร์ อยู่ในรูปแบบการปกครองแบบเขตปกครองตนเอง ใน 5 เขต ได้แก่ เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง เขตปกครองตนเองมองโกเลียใน เขตปกครองตนเองหนิงเซีย เขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ และเขตปกครองตนเองทิเบต   เขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์เป็นเขตที่ใหญ่ที่สุดในเขตปกครองตนเองทั้ง 5 เขต   ศ.ดร.สุรชัย ศิริไกร อาจารย์สาขาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ คณะรัฐศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ให้สัมภาษณ์กับ "ทีม New Media PPTV HD" ว่า ชาวอุยกูร์ที่จริงเป็นชาวเชื้อสายตุรกีเก่า อาศัยอยู่ที่เขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์มาเป็นเวลานาน ร่วมกับชนเผ่าอื่นๆ อีก 10 กว่าเผ่า แต่เผ่าอุยกูร์เป็นชนเผ่าที่ใหญ่ที่สุด  ที่ผ่านมา มีรายงานว่าความที่ชาวอุยกูร์เป็นชนเผ่าขนาดใหญ่ จึงมีคนบางกลุ่มต้องการแบ่งแยกดินแดน โดยมีความคิดที่จะตั้งสาธารณรัฐ เคอร์ดิสถาน อุซเบกิสถานตะวันออก และมีการไปตั้งเป็นขบวนการลับอยู่ในตุรกี  "ขบวนการนี้มีมานานแล้ว เป็นสิบๆปี แต่เริ่มมาตื่นตัวในช่วงที่มีการปฎิวัติมุสลิม ภายในยุคหลังที่โซเวียตล่มสลาย อย่างที่เห็นได้ชัดเลยคือ พวกชนเผ่าทั้งหลายของรัสเซียที่คิดแบ่งแยกดินแดน โดยเฉพาะใน เอเชียกลาง ก็ออกมาเป็นรัฐอิสระหมด บรรดาประเทศอาหรับทั้งหลาย ก็ไม่แปลกที่ซินเจียงจะอยากออกมาเป็นอิสระเช่นกัน จีนจึงจำเป็นต้องมีทหารราวๆ 1 แสนคน ดูแลดินแดนเหล่านี้ เหมือนกับที่ทิเบตที่จีนจัดวางกองกำลังทหารราว 1 แสนคนเพื่อดูแล ป้องกันการแบ่งแยกดินแดน" ศ.ดร.สุรชัย กล่าว  3 ชนวนสำคัญซินเจียงลุกฮือแบ่งแยกประเทศ ได้แก่ ช่วงการปฏิวัติมุสลิมขึ้นในอิหร่าน 1979 กระแสเรื่องการล่มสลายของรัสเซีย และเมื่อกลุ่มไอเอสต้องการตั้งรัฐอิสลาม รวมถึงความไม่พอใจจีนที่พยายามผลักดันชาวฮั่นมาอยู่ในซินเจียงและบังคับให้ทุกคนเรียนภาษาจีน

ทำไมจีนถึงไม่ยอมปล่อยซินเจียง?
ศ.ดร.สุรชัย กล่าวว่า เหตุผลสำคัญที่จีนไม่ยอมให้เขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูย์แบ่งแยกดินแดนที่สำคัญคือ สถานที่ตั้งเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์นั้นเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ คือเป็นทั้งเส้นทางสายไหมเก่าเชื่อมไปถึงรัสเซีย, อยู่ในการปกครองของจีนมานานกว่า 2,000 ปี และยังมีพื้นที่ขนาดใหญ่ คือมีพื้นที่ 1 ใน 6 ของประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ด้วยเหตุนี้จีนให้ความระมัดระวังเป็นพิเศษในเขตปกครองพิเศษซินเจียงอุยกูร์ ทำให้ขบวนการแบ่งแยกดินแดนที่อยู่ในซินเจียงทำงานกันอย่างยากลำบาก จึงต้องออกไปจัดตั้งขบวนการในตุรกี "แน่นอนว่าไม่มีรัฐบาลจีนชุดไหนยอม และไม่มีประเทศไหนกล้าเข้าไปแทรกแซง นอกจากบางประเทศที่ต้องการปลุกระดมให้คนเหล่านี้ลุกฮือขึ้นมาต่อต้าน" ศ.ดร.สุรชัย กล่าว ศ.ดร.สุรชัย เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาจีนมีความเป็นห่วงกังวลกรณีมีกลุ่มชาวอุยกูร์หลายร้อยคนไปร่วมกับพวก ไอเอสในอิรัก ในซีเรีย ซึ่งถือเป็นการฝึกอาวุธ เป็นการทำสงคราม และสร้างเครือข่ายสัมพันธ์ อาจจะมีคนเข้าร่วมถึงหลักพันคนก็ได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่จีนหวาดระแวงมาก ว่าจะเกิดการก่อเหตุรุนแรงในจีนได้ เพราะฉะนั้นจีนกับรัสเซียจึงร่วมมือกันตั้งองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ (SCO) เพื่อต่อต้านผู้ก่อการร้ายแบ่งแยกดินแดนโดยเฉพาะ อย่างไรก็ตาม ไม่เพียงแต่ซินเจียงอุยกูร์ แต่จีนได้ตั้ง Core National Interest ไม่ยอมสูญเสียไต้หวัน ทิเบต และทะเลจีนใต้ ด้วย

วันอังคารที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2558

วัฒนธรรมไอริช



                                  วัฒนธรรมไอริช


                      


วัฒนธรรมไอริช

ประเทศไอร์แลนด์เป็นประเทศที่มีความเป็นเอกลักษณ์อย่างมาก และด้วยประเพณีวัฒนธรรมทางประวัติศาสตร์อันมั่งคั่งนี้ทำให้ที่นี่มีเสน่ห์เป็นที่ดึงดูดความสนใจเป็นพิเศษ นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยม ดังนั้นหากคุณเรียนอยู่ในเมืองใหญ่อย่างดับลิน คุณจะพบว่าที่นี่มีจำนวนของนักท่องเที่ยวและชาวเมืองที่เท่าๆกัน ในฐานะนักศึกษานานาชาติในไอร์แลนด์ คุณจะได้มีโอกาสสัมผัสกับวงการดนตรีไอริช ประเพณีการเล่าเรื่องอันเก่าแก่ อาหารอันอุดมสมบูรณ์ วัฒนธรรมเกลิค และเพลิดเพลินไปกับความหลากหลายของภูมิประเทศและความเขียวชอุ่ม
ดนตรีไอริชชาวไอริชหลงใหลในดนตรี คุณจะมีโอกาสได้ฟังดนตรีที่หลากหลายรูปแบบในช่วงที่เรียนอยู่ในไอร์แลนด์ ไม่ต้องแปลกใจหากคุณจะได้พบกับการแสดงดนตรีสดมากมายในผับที่ซึ่งดนตรีแบบดั้งเดิมยังคงมีชีวิตชีวาและได้รับการอนุรักษ์ไว้
ประเทศไอร์แลนด์เป็นแหล่งกำเนิดของศิลปินดนตรีและศิลปินสร้างสรรค์มากมาย อาทิเช่น วง U2, The Dubliners, Van Morrison, The Pogues, Damien Rice และ The Chieftains คุณจะได้สัมผัสกับสไตล์ดนตรีไอริชอันหลากหลายในเวทีการแสดงดนตรีทั่วประเทศ หากคุณชื่นชอบดนตรี ประเทศไอร์แลนด์คือสถานที่อันยอดเยี่ยมที่รอให้คุณได้สัมผัสกับกิจกรรมทางสังคมของนักศึกษา
ภูมิประเทศของไอร์แลนด์สาธารณรัฐไอร์แลนด์ได้รับการขนานนามว่า Emerald Isle เนื่องจากเป็นประเทศที่มีชื่อเสียงในด้านทัศนียภาพอันงดงามและเทือกเขาเขียวชอุ่ม ไม่ว่าจะเป็น Cliffs of Moher ใน County Clare จนถึง Ring of Kerry ใน Iveragh Peninsula ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เหมาะสำหรับการปลีกตัวจากชีวิตในเมืองใหญ่ หากคุณเลือกเรียนในเมืองใหญ่เมืองหนึ่งของไอร์แลนด์ คุณก็สามารถใช้บริการทัวร์หรือเดินทางไปยังเขตชนบทรอบเมืองในวันหยุดสุดสัปดาห์ นอกจากนี้ไอร์แลนด์ยังมีชายหาดที่สวยงามที่สุดประเทศหนึ่งในทวีปยุโรปด้วย
ความคิดสร้างสรรค์ของชาวไอริช
อิทธิพลของตำนานปรัมปรา บทกวีและการเล่าเรื่องของชาวเซลติคได้ซึมซับอยู่ในวัฒนธรรมของชาวไอริชและมีส่วนสำคัญในการสร้างคุณูปการให้แก่วงการวรรณกรรมของโลก ประเทศไอร์แลนด์ได้ผลิตปรมาจารย์ด้านวรรณกรรมชั้นยอดของโลกหลายท่าน อาทิเช่น Yeats, George Bernard Shaw, Beckett, James Joyce และนักกวี Seamus Heaney
เมืองใหญ่ของไอร์แลนด์
เขตเมืองใหญ่ของไอร์แลนด์แต่ละแห่งจะมีลักษณะเฉพาะของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นเสน่ห์อันมีชีวิตชีวาของเมือง Dublin ที่มีบาร์ ภัตตาคารและร้านค้าบูติคแปลกแวกแนวมากมาย จนถึงเมือง Galway ที่มีงานเทศกาลและอาหารมากมายให้เพลิดเพลิน เมืองใหญ่ของประเทศไอร์แลนด์มีความเป็นสากลและคึกคักไปด้วยชีวิตยามค่ำคืนอันหลากหลายรวมถึงความเป็นกันเองที่หาได้ยากจากเมืองใหญ่แห่งอื่นของโลก
 

เปิดประวัติ Afternoon Tea ธรรมเนียมจิบน้ำชายามบ่ายของชาวอังกฤษ



             เปิดประวัติ Afternoon Tea ธรรมเนียมจิบ                      น้ำชายามบ่ายของชาวอังกฤษ



                                                    เปิดประวัติ Afternoon Tea ธรรมเนียมจิบน้ำชายามบ่ายของชาวอังกฤษ

Afternoon Tea หรือการจิบน้ำชายามบ่ายของชาวอังกฤษ เป็นธรรมเนียมที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย เนื่องด้วยชาวอังกฤษเป็นประเทศที่ดื่มชากันมาก และบางครั้งหลายคนก็เคยได้ร่วมวงจิบน้ำชายามบ่ายกับเขาด้วยเหมือนกัน ตามโรงแรมชั้นนำก็มักมีบริการนี้อยู่ด้วย แต่ก็แอบไม่รู้ที่มาที่ไปของประเพณีชาวเมืองผู้ดีอังกฤษนี้ ถ้าอย่างนั้นเรามารู้จักประเพณีจิบน้ำชายามบ่ายเอาไว้ประดับความรู้กันดีกว่าเนอะ

           สมัยปลายศตวรรษที่ 18 ชาวอังกฤษนิยมรับประทานอาหารกันแค่ 2 มื้อหลัก ๆ คือ มื้อเช้าและมื้อเย็น พอตกบ่ายก็เลยเกิดความหิวขึ้นมาเป็นปกติ จนในที่สุดเลดี้แอนนา มาเรีย (Anna Maria, the Duchess of Bedford) ดัชเชสของเบดฟอร์ด ก็เลยสั่งให้นางสนมรับใช้จัดชาและของว่างเบา ๆ อย่างสโคนกับครีม คุกกี้ชิ้นเล็ก ๆ และแซนด์วิชชิ้นพอดีคำ จัดมารับประทานแก้หิว แถมยังได้เชิญชวนเหล่าขุนนางอังกฤษมาร่วมจิบน้ำชา และพูดคุยแลกเปลี่ยนข่าวสารกันด้วย และนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา การจิบน้ำชายามบ่ายพร้อมของว่างชิ้นเล็ก ๆ ขนาดพอดีคำก็กลายเป็นธรรมเนียมปฏิบัติของชาวอังกฤษมาจนถึงปัจจุบัน

           นอกจากนี้สมัยก่อนชาวอังกฤษยังนิยมดื่มชาเคล้ามื้ออาหารกันด้วย โดยหลังมื้ออาหารหลักตอนเช้า สักประมาณ 11.00 น. สาวใช้ก็จะยกชามาเสิร์ฟเพื่อเพิ่มความสดชื่นให้แก่ขุนนาง ซึ่งการจิบชาช่วงนี้จะเรียกว่า Elevenes Tea ต่อมาก็เป็น Afternoon Tea หรือที่เรียกกันว่า Low Tea เพราะจัดวางบนโต๊ะทรงเตี้ย ส่วนชายามบ่ายจะจัดเสิร์ฟกับขนมว่างพอดีคำในช่วง 15.00-17.00 น. และมื้อสุดท้ายจะเรียกว่า High Tea เป็นช่วงเวลาการจิบชาหลังมื้อเย็นในช่วงเวลาประมาณ 19.00-20.00 น. โดยจะเสิร์ฟชาบนโต๊ะอาหารทรงสูง

           ส่วนเหตุผลที่ชาวอังกฤษนิยมดื่มชากันมากขนาดนี้ก็เพื่อผ่อนคลายร่างกาย ให้นอนหลับสบายมากขึ้นนั่นเองจ้า และนี่เองก็คือที่มาของธรรมเนียมการจิบน้ำชายามบ่าย น่าสนใจไม่น้อยทีเดียว

waiting for love - Avicii